ทริปชมธรรมชาติ ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

0
441

หากใครอยากเห็นพิพิธภัณฑ์ทางธรรมชาติมีชีวิต ที่จะได้มีโอกาสเรียนรู้และใกล้ชิดธรรมชาติรวมถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านมากที่สุด ที่แห่งนี้สามารถตอบโจทย์ได้ทุกอย่างที่กล่าวมา นั่นก็คือ “ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” จังหวัดจันทบุรีนี่เอง ซึ่งถ้าใครสนใจจะไปเที่ยวตามรอยพระบาท ชื่นชมพระอัจฉริยภาพ และสายพระเนตรอันกว้างไกลกับอีกหนึ่งสถานที่ในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งนี้ ก็สามารถค้นหาที่พักจันทบุรีที่ถูกใจ และจับจองได้ในราคาสบายกระเป๋า แนะนำให้ลองดูที่ Traveloka ที่โดดเด่นตรงราคาที่พักที่เห็นไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ เพิ่มอีก จองได้ง่าย ไม่ต้องมีบัตรเครดิตก็สามารถจองได้ แต่จะให้ดีกว่านั้น แนะนำให้ชำระเงินในรูปแบบการโอนเข้าบัญชี เพราะไม่มีบวกเพิ่มสักบาท ถ้าพร้อมแล้วไปดูที่เที่ยวตามรอยพระบาทกันได้เลย


“ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ก่อตั้งตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเมื่อคราวเสด็จดำเนินประกอบพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่จังหวัดจันทบุรี ในปี พ.ศ. 2554 และในปัจจุบันศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนก็ได้ช่วยพลิกฟื้นคืนป่าชายเลนให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง รวมถึงช่วยยกระดับชีวิตชาวบ้านและชาวประมงให้พัฒนามากยิ่งขึ้น


“ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ตั้งอยู่ที่ ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี ได้รับการส่งเสริมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ป่าชายเลนและสัตว์น้ำ โดยได้มีการสร้างทางเดินไม้ระแนงยาว 1.6 กิโลเมตร เข้าไปในเขตป่าชายเลนที่ได้รับการฟื้นฟู ซึ่งตามเส้นทางเดินก็จะสามารถพบเห็นพันธุ์ไม้หลายชนิด เช่น โกงกาง โปรงแดง ป่าสักดอกแดง ลำพูทะเล แสมทะเล ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นพันธุ์ไม้เจ้าถิ่นในเขตป่าชายเลนทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังสามารถพบกับสัตว์น้ำชายฝั่งที่อาศัยอยู่ตามต้นไม้รากไม้ของป่าชายเลนทั้งปลาตีน ปูแสม และอื่นๆ อีกมากมาย


และระหว่างทางเดินที่ร่มรื่นตลอด 1.6 กิโลเมตร ก็จะพบกับศาลาความรู้ทั้งหมด 10 ศาลา โดยแต่ละศาลาก็จะมีข้อมูลความรู้ที่แตกต่างกันไป ได้แก่
1. กำเนิดอ่าวคุ้งกระเบนและป่าชายเลน เป็นจุดให้ความรู้เกี่ยวกับข้อสันนิษฐานเรื่องความเป็นมาและการกำเนิดพื้นที่อ่าวคุ้งกระเบน
2. ไม้เบิกนำ เป็นศาลาที่ให้ความรู้เรื่องของต้นไม้ที่เป็นเกิดขึ้นมาเป็นตัวเบิกทางก่อนต้นไม้ชนิดอื่นได้แก่ ไม้แสม และไม้ลำพู เพื่อประกอบร่างเป็นป่าชายเลนที่สมบูรณ์
3. ดงฝาด เป็นศาลาที่ให้ความรู้เรื่องระบบการสืบพันธุ์ และระบบรากของต้นไม้ในป่าชายเลน
4. ป่าปลูก เป็นศาลาที่ให้ความรู้เรื่องการปลูกต้นไม้ป่าชายเลน ห่วงโซ่อาหาร รวมถึงระบบการพึ่งพากันของป่าชายเลน
5. ปู่แสม เป็นศาลาที่ให้ความรู้เรื่องต้นแสมขาวที่มีอายุนับร้อยปี จนถูกเรียกว่าปู่แสม
6. โกงกาง เป็นศาลาที่ให้ความรู้เรื่องประโยชน์และความสำคัญของไม้โกงกาง
7. ป่าไม้ เป็นศาลาที่ให้ความรู้เรื่องการปลูกป่าชายเลนควบคู่กับการเลี้ยงปลากระพงขาว
8. ลำพู เป็นศาลาที่ให้ความรู้เรื่องของไม้ในวงศ์ลำพู และหิ่งห้อย
9. ประมง เป็นศาลาที่ให้ความรู้เรื่องการเลี้ยงกุ้งแบบรักษาสภาพแวดล้อม การบำบัดน้ำเสียโดยวิธีธรรมชาติ และระบบชลประทานน้ำเค็ม
10. เชิงทรง เป็นศาลาที่ให้ความรู้เรื่องของระบบนิเวศวิทยา พื้นที่รอยต่อระหว่างป่าบกกับป่าชายเลน


นอกจากศาลาที่ให้ความรู้เกี่ยวกับป่าชายเลนแล้ว ยังมีศาลาพักผ่อนและให้ความรู้ด้านอื่นๆ อีกทั้งศาลาชมวิว, ศาลาเรือคายัค และศาลาพะยูน ที่เป็นที่สนใจแก่นักท่องเที่ยวอย่างมาก เพราะเป็นจุดที่มีอนุสรณ์พะยูน หรือ ”หมูดุด” ซึ่งเคยอาศัยอยู่ที่อ่าวคุ้งกระเบน เพราะที่นี่มีหญ้าทะเล ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของพะยูน แต่ในปัจจุบันหญ้าทะเลได้หมดไป เจ้าพะยูน หรือ ”หมูดุด” ก็ได้หายตัวไปจากอ่าวคุ้งกระเบนด้วยเช่นกัน ทางศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน จึงได้เริ่มปลูกหญ้าทะเล เพื่อหวังให้พะยูนกลับมาอาศัยอยู่ที่อ่าวคุ้งกระเบนอีกครั้ง

อีกหนึ่งจุดที่ห้ามพลาดคือ หอดูเรือนยอดไม้ หอไม้ห้ามเหลี่ยมที่สูงประมาณ 15 เมตร มีจุดเด่นคือมีบันไดวนขึ้นไปยังด้านบน บนหอแห่งนี้สามารถมานั่งพักผ่อน ชมวิวอ่าวคุ้งกระเบนและป่าชายเลนในบริเวณนี้ รวมถึงหากโชคดีก็อาจจะได้เจอกับนกที่อาศัยอยู่ที่อ่าวคุ้งกระเบน ซึ่งมีมากกว่า 120 ชนิด ผู้ที่ชอบถ่ายภาพนกต้องห้ามพลาดจุดนี้เลยล่ะ

นอกจากเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนแล้ว ที่ใกล้กันยังมีสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา ที่สามารถเรียนรู้ด้านระบบนิเวศและพันธุ์สัตว์น้ำอีกด้วย
ที่ตั้ง : ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.คลองขุด อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี
โทร : 039-433-216 ถึง 8
วันและเวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี

สำหรับทริปชมธรรมชาตินี้ นอกจากจะเหมาะกับผู้คนที่ชื่นชอบที่เที่ยวที่สงบ และทำให้คุณได้สัมผัสกับธรรมชาติที่แท้จริง ก็ยังเหมาะกับครอบครัว หรือใครที่อยากจะมาศึกษาหาความรู้ เพราะนอกจากวิวสวยๆ ที่คุณจะได้รับกลับไป ก็ยังได้ความรู้เกี่ยวกับป่าชายเลน และสัตว์น้ำในระบบนิเวศนั้นๆ อีกด้วย

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here